โปรแกรมความภักดี 4 ประเภทและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

โปรแกรมความภักดีสามารถช่วยให้เกิดการจดจำแบรนด์ เพิ่มยอดขาย และเน้นย้ำค่านิยมขององค์กร ดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโปรแกรมความภักดีสี่โปรแกรม รวมถึงสิ่งที่พวกเขานำเสนอ

การมีส่วนร่วมของลูกค้าต่อองค์กรขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ราคา การบริการลูกค้า และโปรแกรมความภักดี ที่จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาและรู้สึกผูกพันกับแบรนด์

ยิ่งไปกว่านั้นโปรแกรมความภักดีของลูกค้าจะช่วยให้องค์กรลดต้นทุนการขาย ทำการรวบรวมโปรไฟล์ลูกค้าเพื่อระบุข้อตกลงให้ตรงกับเป้าหมาย และติดต่อกับผู้เข้าชมอยู่เสมอ โดยโปรแกรมเหล่านี้ยังให้ประโยชน์แก่ลูกค้าที่สามารถได้รับเครดิตในการซื้อครั้งต่อไป โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลด การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนใคร และคำแนะนำที่กำหนดเองตามพฤติกรรมการซื้อของพวกเขา

และเหล่านี้คือ ข้อมูลจากการสำรวจโปรแกรมความภักดีสี่ประเภท ที่บริษัทต่างๆ คิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขา

1. โปรแกรมแบบแบ่งระดับความภักดี

โปรแกรมแบบแบ่งระดับความภักดี จะทำการแยกสิทธิประโยชน์ออกเป็นระดับต่างๆ พร้อมรางวัลที่มากขึ้นสำหรับลูกค้าในระดับโปรแกรมที่สูงขึ้น บางโปรแกรมใช้ชื่อโลหะมีค่า เช่น ซิลเวอร์ โกลด์ และแพลทินัม หรือหลักการตั้งชื่ออื่นๆ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าใช้จ่ายมากขึ้นและเข้าถึงระดับที่สูงขึ้นเพื่อรับรางวัลที่เพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง เช่น โปรแกรมความภักดีจากเครือฮิลตัน หรือสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ ซึ่งเสนอการลงทะเบียนฟรี จากนั้นจะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าจากพวกเขาต่อ และเมื่อลูกค้าทำการซื้อมากขึ้น พวกเขาสามารถเลื่อนไปยังระดับที่สูงขึ้นเพื่อได้รับรางวัลมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

2. โปรแกรมความภักดีตามการสมัครสมาชิก

โปรแกรมความภักดีแบบสมัครสมาชิกจะกำหนดให้ลูกค้าจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้า รายเดือนหรือรายปีเพื่อเข้าร่วม การสมัครสมาชิกจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรที่ต้องการรักษาลูกค้าไว้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด

เช่น Amazon Prime เป็นบริการสมัครสมาชิกแบบชำระเงินที่ให้บริการจัดส่งฟรีและบริการอื่นๆ แก่สมาชิก โดยผู้ใช้ Amazon Prime จะได้รับรายการทีวี เพลง การจัดส่ง พื้นที่เก็บรูปภาพ และคำแนะนำผลิตภัณฑ์ฟรีด้วย

3. โปรแกรมความภักดีที่ให้คุณค่า

โปรแกรมความภักดีประเภทนี้แตกต่างจากโปรแกรมอื่นๆ เนื่องจากไม่มีการให้รางวัลที่ชัดเจนแก่ลูกค้า เช่น ส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ แต่โปรแกรมที่อิงตามมูลค่าจะเน้นไปที่ค่านิยมขององค์กร และควรสอดคล้องกับค่านิยมของลูกค้าด้วย

ด้วยโปรแกรมนี้ องค์กรจะต้องให้คำมั่นว่าจะบริจาครายได้ส่วนหนึ่งให้กับองค์กรการกุศลหนึ่งแห่งหรือมากกว่านั้น เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเลือกองค์กรการกุศลที่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนบุคคลของตนได้ดี โดยองค์กรที่ใช้โปรแกรมความภักดีที่ให้คุณค่านี้ มักมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับลูกค้ามากขึ้น

4. โปรแกรมความภักดีแบบคะแนน

โปรแกรมแบบคะแนนนี้ จะเป็นการให้รางวัลแก่ลูกค้าด้วยคะแนนสำหรับการซื้อแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นที่นิยมในวงการค้าปลีก เช่น ร้านอาหาร ซึ่งเมื่อลูกค้ามีคะแนนถึงจำนวนหนึ่ง ก็สามารถนำคะแนนเหล่านั้นไปแลกซื้อสินค้าหรือรับส่วนลดได้

ตัวอย่างเช่น Chipotle ให้คะแนนแก่ลูกค้าในการเข้าร่วมโปรแกรม และจากการซื้อทั้งหมด หลังจากนั้นหากลูกค้าสะสมแต้มได้มากพอ พวกเขาจะได้รับอาหารหรือสินค้าฟรี รวมถึงรางวัลอื่นๆ ด้วย

ประโยชน์ของโปรแกรมความภักดี

โปรแกรมความภักดีที่ประสบความสำเร็จ จะหมายถึงโปรแกรมที่ทำให้ลูกค้าค้นพบคุณค่าในนั้น และเพื่อการวัดความสำเร็จ องค์กรควรติดตามการใช้โปรแกรมเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก และจะต้องมั่นใจว่าโปรแกรมได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนใจลูกค้าได้เพียงพอ

หลังจากการดำเนินการสำเร็จแล้ว สิทธิประโยชน์ของโปรแกรมความภักดีจะมีการรวมถึงสิ่งต่อไปนี้เข้าไปด้วย:

  • ทำการปรับปรุงการวิเคราะห์ลูกค้า โปรแกรมความภักดีจะสามารถจับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าและข้อมูลประชากรส่วนตัว เช่น อายุและเพศ ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าสำหรับการรวบรวมฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยระบุประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาด เพื่อให้นักการตลาดสามารถกำหนดเป้าหมายลูกค้าได้อย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มยอดขาย
  • เพิ่มยอดขาย ซึ่งหากองค์กรมีการรวบรวมข้อมูลติดต่อของลูกค้า พวกเขาสามารถส่งโปรโมชันเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำหรือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้
  • ปรับปรุงการจดจำแบรนด์และความภักดีของลูกค้า โปรแกรมความภักดีสามารถเพิ่มการจดจำแบรนด์ได้ เนื่องจากบริษัทจะเข้าถึงและมีส่วนร่วมกับฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อลูกค้าเลือกเข้าร่วมโปรแกรม พวกเขาจะได้เห็นแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และได้รับการแจ้งเตือนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาใช้หรืออาจจะชอบ ลูกค้ายังสามารถได้รับส่วนลดและโปรโมชันผลิตภัณฑ์ที่อาจทำให้ดูแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง

โปรแกรมความภักดีสามารถช่วยทีมการตลาดปรับปรุงการจดจำแบรนด์ การรักษาลูกค้า และเพิ่มยอดขาย แต่ละบริษัทจำเป็นต้องรู้จักฐานลูกค้าของตนดีพอ เพื่อจะได้เรียนรู้ว่าโปรแกรมความภักดีประเภทใดที่เหมาะกับลูกค้าและผลิตภัณฑ์ของตนมากที่สุด

Similar Posts